R.I.P my precious lady

posted on 13 Apr 2013 13:27 by aonshowtime directory Diary
 
 
สี่เดือน...................เกือบจะห้า
 
ไม่ได้กลับบ้านตั้งแต่ธันวาปีที่แล้ว...
สิ่งสำคัญของเด็กหอเวลาใกล้จะได้กลับบ้านคือตั้งตารอคอย  นับวันกลับ
 
วันที่จะได้เจอพ่อแม่  วันที่จะได้กลับบ้าน  
วันที่จะได้เจอสัตว์เลี้ยงของตัวเองที่อยู่ที่บ้าน
 
..............................
 
 
 
กลับมาสงกรานต์วันที่ 12  ตอนกลางคืนพ่อพาไปกินข้าว.....
 
พ่อพูดหน้านิ่งๆว่า  "มะลิตายแล้วนะ"
 
เราที่กำลังตั้งตารอคอยอาหารที่จะมาเสิร์ฟถึงกับชะงัก...
 
ถามกลับไป  พยายามทำเสียงให้นิ่งที่สุด  "เป็นอะไรตาย"
 
พ่อบอกว่า  แก่แล้ว  แถมยังมีพวกขยะอยู่ในกระเพาะอาหาร
 
พาไปหาหมอน่าจะตั้งแต่เราไปหาครั้งสุดท้าย............
 
..................................
 
พูดแค่นี้ก็รู้สึกว่า พอแล้ว  ไม่ไหวแล้ว  ไม่อยากฟัง  .......  ลุกจากโต๊ะ  ขอตัวไปห้องน้ำของร้าน
 
น้ำตาไหลเหมือนกับว่าจะหยุดมันไว้ไม่ได้แล้ว  
 
โทรไปหาเพื่อน   เพื่อนไม่รับ  เลยตัดสินใจโทรไปหาน้องสาว
 
มันรับ  เราเลยโทรไประบายกับมัน  ร้องไห้ให้มันฟัง
 
เป็นครั้งแรกที่โทรไปร้องไห้กับคนอื่นที่ไม่ใช่เพื่อนสนิท   แต่นี่ก็เป็นน้องที่สนิทกัน
 
 
ถ้าถามว่าทำไมถึงร้องไห้ขนาดนี้.................  หมาตายตัวเดียว
 
สำหรับเรา  เค้าไม่ใช่แค่หมา   เค้าเป็นเพื่อนเรา ที่อยู่กับเรามาเกือบค่อนชีวิตของเรา
 
ประมาณสิบห้าปี..............    
 
รักมาก  รักยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด    ทั้งๆที่เคยพูดไว้ว่าจะปกป้องตลอดไปแท้ๆ
 
ประเด็นที่เสียใจกว่าเดิม    คือุมะลิตายตั้งแต่สองมกรา........  ต้นปีที่ผ่านมา..
 
แม่สั่งทุกคนในบ้านว่าไม่ให้บอกเรา  ว่าหมาตาย  ไม่งั้นจะไม่เป็นอันเรียน
............................................................
 
โกรธจนไม่รู้จะทำยังไง    ทำไมถึงได้คิดอะไรแบบนั้น   
ถ้ารู้ตั้งแต่แรกว่ามันตาย  ตอนนี้ก็ยังคงจะทำใจได้มากกว่านี้   มากๆเลย
แต่นี่ยิ่งคิดยิ่งเจ็บปวด   เหมือนหัวใจจะสลาย    คิดถึงมากๆ   พิมพ์ไปน้ำตาก็ยังไหลไม่หยุด  
ทำใจไม่ได้...........
 
ไม่ทันแม้แต่จะกลับมาดูใจมะลิก่อนตาย
ทั้งๆที่คิดมาตลอดว่า  ถึงยังไงถ้ามะลิตาย  ตอนตายก็จะขออยู่กับมันจนวาระสุดท้าย
 
เปิดสมุดบันทึกของแม่   ได้ความว่าเขาก็มาไม่ทันดูใจมะลิตายเหมือนกัน
มะลิป่วยหนักช่วงนั้น  หมดค่ารักษาไปเยอะ  เลยให้นอนในบ้าน  พุดเดิลอีกสองตัวก็คอยเฝ้า
 
กลับจากที่ทำงานมาถึงบ้าน  แม่บอกกลิ่นเหม็นมาก  
เห็นมะลิตายในสภาพพยายามจะกระเสือกกระสนตัวเองขึ้นไปนอนบนโซฟาหวาย  โดยขึ้นไปได้แค่คาง
ตัวนิ่ง  เย็น  และหนัก..........
 
อ่านถึงตอนนี้พอมือที่จับสมุดบันทึกนี่สั่นจนไม่รู้จะทำยังไง    เจ็บปวดจริงๆ  
 
 
รู้สึกเหมือนในหัวมันแบลงค์มาก  โล่ง  ว่างเปล่าไปหมด
ไม่คิดว่าจะถึงวันนี้จริงๆ  ถึงจะทำใจไว้ก่อนแล้วก็ตาม
 
หลุมฝังศพของมะลิอยู่หลังบ้าน  ใต้ต้นมะลิ  เป็นเนินกองใหญ่
ตอนกลางคืน  มะลิที่มักจะส่งกลิ่นหอมอยู่แล้ว  กลับส่งกลิ่นหอมกว่าเดิม
 
เมื่อวานไปหามะลิที่หลุม  ก็นั่งยองๆข้างๆหลุม  แล้วก็กอดเข่าร้องไห้เงียบๆ
หมาสองตัวที่เหลือก็พยายามจะเข้ามาปลอบสุดชีวิต  ทั้งงับมือ  ดึงเสื้อ  ถูตัวกับขา  ทุกอย่าง
แต่ตอนนั้นสมองมันมีแต่มะลิ   มะลิ  มะลิ  มะลิ  มะลิ  ไม่รับรู้อะไร
 
พ่อเดินมาบีบไหล่  แล้วก็บอกว่า  "อย่าไปคิดมาก  เดี๋ยวเราก็เป็นเหมือนเค้า"
 
รู้ว่าไม่มีอะไรในโลกยั่งยืน  ความตายเป็นของธรรมดา
 
ทั้งๆที่รู้อยู่แล้ว  ก็ใช่ว่าจะทำใจได้ทันทีทันใดเสียทีเดียว
 
เรายังเป็นมนุษย์ที่มีหัวใจนะ
........................................................................
 
 
 
ตั้งตารอคอยวันที่จะได้เจอมะลิตั้งสี่เดือน............................
 
ต่อจากนี้ก็จะไม่ได้เจอกันอีกแล้ว.........................
 
ไม่รู้ว่าอีกนานแค่ไหนกว่าจะเลิกเศร้าได้ 
 
หรือแม้แต่จะทำใจได้..............................................
 
ความตายเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องพบเจอก็จริง
 
แต่สำหรับคนที่ยังมีชีวิตอยู่   มันแย่นะ.........
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
......................................................................
 
หลับให้สบายนะน้องพี่   ขอบคุณตลอดสิบห้าปีที่ผ่านมา  ขอบใจที่แกรักฉัน
ขอบใจที่คอยนั่งรอหน้าบ้านทุกวัน  เวลาที่ฉันกลับบ้านช่วงหลังเลิกเรียนสมัยเรียนในโรงเรียน
ขอบคุณสำหรับทุกอย่าง      และขอโทษ  ขออโหสิกรรมในบางสิ่งที่พี่ทำไม่ดีกับแก
ตีแกเวลาดื้อ   หรือแกล้งแก    พี่ขอโทษ
 
จากนี้ก็จะไม่ได้เจอกันอีกแล้วนะ
หรือถึงแม้แต่จะยังวนเวียนอยู่ในบ้าน  พี่ก็ไม่อาจจะมองเห็นแกหรอกนะ
จะทำบุญไปให้บ่อยๆ    ดูแลย่าบนโน้นดีๆนะ
 
จะรักและคิดถึงแกตลอดไป   จนกว่าฉันจะตายตามแกไปนั่นแหละ
 
 
 
 
 
 
รูปนี้เพื่อนถ่ายให้   เป็นรูปที่เห็นมะลิชัดที่สุดที่มี  ขอบคุณนะ  :)
 
 
 
In memory of Mali   [ 1998 - January 2, 2013 ]

Comment

Comment:

Tweet

#1 By dp on 2013-04-13 18:20